Adrenaline in Workplace

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
คุณและโทษของอดรีนาลีนในการทำงาน

     อดรีนาลีน (adrenaline) หรือ epinephrine เป็นฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่หลั่งจากต่อมหมวกไตเมื่อตระหนักถึงภัยหรือสิ่งเร้า ทำให้กล้ามเนื้อหลอดเลือดหัวใจทำงานอย่างเต็มที่ อัตราการเต้นของหัวใจและแรงดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น เหงื่อออก หายใจถี่ มีปริมาณโลหิตและอ็อกซิเจนในอวัยวะและกล้ามเนื้อมากขึ้น การหลั่งอดรีนาลีนเป็นส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาตามธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดและหลุดพ้นจากสภาวะกดดันที่เป็นอันตราย เมื่อร่างกายหลั่งอดรินาลีน บุคคลจะมีความรู้สึกกระฉับกระเฉง ตื่นตัว มีความสุข บางคนถึงขั้นเสพติด เข้าทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงเพราะอยากมีความรู้สึกดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เช่น ขับรถแข่ง, โดดจากเครื่องบินหรือหน้าผาสูง, โหนรอกข้ามป่าหรือหุบเหว ฯลฯ

ประโยชน์ของอดรีนาลีน
     อดรีนาลีน ช่วยสร้างตวามตื่นตัวให้กับร่างกาย เราจึงเห็นองค์กรหลายแห่ง นิยมให้พนักงานออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนเริ่มทำงาน อดรีนาลีนอาจไม่มีผลโดยตรงต่อการทำงานเป็นทีม แต่การได้มีประสบการณ์ร่วมกันในกิจกรรมหรือภารกิจที่น่าตื่นเต้น จะช่วยกระชับความสัมพันธ์และความเห็นอกเห็นใจกัน นอกจากนั้นการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะช่วยสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

     นักวิจัยจาก the University of Essex

Read the rest

4 Types of Stress [Karl Albrecht]

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
ความเครียด 4 ประเภท [Karl Albrecht]

     ทุกคนล้วนเคยมีความทุกข์จากความเครียดมาบ้างไม่มากก็น้อย แตกต่างกันไปตามลักษณะการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ความเข้าใจความเครียด นับเป็นก้าวแรกที่จะเอาชนะมัน Dr. Karl Albrecht ที่ปรึกษาด้านการบริหาร ผู้บุกเบิกการฝึกอบรมเรื่องวิธีการลดความเครียดแก่นักธุรกิจ ได้อธิบายสถานการณ์ที่สร้างความเครียดให้กับบุคคลไว้ในหนังสือ Stress and the Manager (1979) โดยได้แบ่งความเครียดในการทำงานออกเป็น 4 ประเภท และแนะนำวิธีการกำจัดความเครียดแต่ละประเภท งานเขียนของเขาช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจสาเหตุของความเครียดแต่ละประเภทและวิธีจัดการกับมัน ส่งผลให้สามารถทำงานที่ให้ผลงานที่ดีขึ้น สร้างความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง และมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น

     ความเครียด 4 ประเภทตามแนวคิดของ Karl Albrecht ประกอบด้วย>

 1) เครียดเรื่องเวลา (Time stress)

Read the rest

10 Ways to Make Bad Day Better

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
10 วิธีที่ช่วยให้วันที่เลวร้ายของคุณ ดีขึ้น

     ไม่มีใครที่ทั้งชีวิตมีแต่ความราบรื่นสดใส หรือมีแต่วันที่เลวร้ายหดหู่ จะต่างกันก็ตรงที่ วันที่ร้ายๆ ของแต่ละคนอาจมีมากน้อยกว่ากัน หนักหนาสาหัสกว่ากัน และจากสาเหตุเรื่องราวที่ต่างกัน เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่ามันช่างเป็นวันที่เลวร้ายสำหรับคุณ ความรู้สึกนั้นจะทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นปัญหาที่ดูเหมือนไม่มีทางออก แก้ไขไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่า “จิตตก”

     วิธีปฏิบัติ 10 วิธีต่อไปนี้ สามารถช่วยให้วันที่เลวร้ายของคุณ ดีขึ้นได้
   1. เล่าสิ่งที่กดดันนั้นออกมา
     ความรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นคนที่โชคร้ายเสียเหลือเกิน เป็นความรู้สึกที่ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งเป็นผลร้ายต่อจิตใจ คุณควรขอเวลานัดหมายเพื่อนที่สนิทและวางใจได้ เล่าสิ่งที่รุมเร้าจิตใจของคุณให้เขาฟัง การได้ระบายสิ่งที่กดดันอยู่ออกไปบ้าง จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น สิ่งที่คุณเป็นทุกข์มากมายอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิด คุณอาจได้มุมมองที่ดีๆ จากเพื่อนและมองเห็นทางในการแก้ปัญหาก็ได้ หากคุณนึกไม่ออกว่ามีใครที่สมควรจะเล่าความทุกข์นั้นให้ฟัง ก็อาจใช้การเขียนลงในสมุดบันทึก พยายามเขียนให้ช้าๆ เพื่อสมองจะได้มีเวลาลำดับความเป็นเหตุเป็นผลและทำให้คุณเย็นลง เมื่อคุณได้เล่าความทุกข์นั้นให้ตัวเองฟังว่าอะไรเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ คุณอาจเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อปัญหา ลดความรู้สึกที่เป็นลบ และหลุดพ้นออกจากสถานการณ์ทีคุณติดอยู่ได้

Read the rest

10 Ways to Get a Better Night’s Sleep

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
วิธัปฏิบัติ 10 วิธีที่ช่วยให้นอนหลับได้สนิทและนานขึ้น

     นอกเหนือจากความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง สดชื่นแจ่มใส ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลอย่างสำคัญต่อคุณภาพของผลการปฏิบัติงาน
     ทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ จะมีประโยชน์ต่อการทำงานได้ก็ต่อเมื่อนำมาใช้อย่างมีสติ สามารถควบคุมอารมณ์ที่เข้ามารบกวนการใช้เหตุผล และมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอที่จะปฏิบัติภารกิจต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ การนอนไม่เพียงพอทำให้รู้สึกสับสนมึนงง ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิในการทำงาน ใช้ดุลยพินิจอย่างไม่รอบคอบ นอกจากนั้นยังทำให้ร่างกายต้องการอาหารที่มีแคลอรี่สูง หากไม่ได้ออกกำลังกายอย่างถูกต้อง น้ำหนักตัวจะเพิ่มสูงขั้น เกิดไขมันสะสม และส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

     การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ส่วนหนึ่งมาจากการหลับได้สนิทแต่ละคืนในปริมาณที่เพียงพอ สำหรับผู้ที่หลับยาก หรือนอนได้น้อยกว่า 4 ชั่วโมงในแต่ละคืนต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน อาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้หัวถึงหมอนก็นอนหลับ หรือหลับได้ยาว 6-8 ชั่วโมงในแต่ละคืน แต่จากข้อมูลด้านสุขภาพยืนยันว่า คุณภาพของการนอนมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมที่คุณใช้ในช่วงกลางวัน,

Read the rest

การสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง

     ความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่ใช่เป็นเพียงคุณสมบัติที่นักพูดทุกคนจำเป็นต้องมีเท่านั้น แต่ยังเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นในเกือบทุกเรื่องของการดำรงชีวิต คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้ความสนับสนุนโครงการหรืองานที่นำโดยคนที่ละล้าละลัง ซุ่มซ่าม หรือจะทำอะไรก็ออกตัวขอโทษขอโพยจนเฝือ ตรงกันข้าม เราท่านทั้งหลายคงเคยรู้สึกชื่นชมผู้ที่สามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างชัดเจน มีบุคลิกภาพสง่างามน่าเชื่อถือ ตอบคำถามได้อย่างมั่นใจ และกล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนไม่รู้ ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตนเองจะเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นผู้ฟัง เพื่อน เจ้านาย หรือลูกค้า การที่สามารถเรียกความเชื่อมั่นจากผู้เกี่ยวข้องได้นี้ นับเป็นหัวใจสำคัญต่อการกระทำการให้สำเร็จ เมื่อความเชื่อมั่นในตนเองเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเช่นนี้ ผู้คนทั้งหลายจึงมุ่งหวังที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติ คนที่ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเองก็คงรู้สึกอับจน ไม่รู้ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาได้อย่างไร

     แท้จริงแล้ว การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเรื่องที่เรียนรู้และสร้างให้เกิดขึ้นได้ และที่สำคัญ การสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะแก่ตนเองหรือแก่ผู่อื่น แม้จะยากแต่ก็คุ้มค่าต่อความพยายาม

คุณมีความเชื่อมั่นในตนเองมากน้อยเพียงใด
    ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นเรื่องมองเห็นได้ง่าย ๆ ทั้งจากพฤติกรรม การแสดงออกด้วยภาษากาย การพูดจา ลองพิจารณาตัวชี้วัดต่อไปนี้และประเมินว่าคุณเป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตนเองในระดับใด

มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
  ทำในสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแม้คนอื่นจะหัวเราะเยาะหรือวิพากย์วิจารณ์   แสดงพฤติกรรมตามความคิดของคนอื่น
Read the rest

ความเครียด: ใครเป็นคนสร้าง

    

ความเครียด เป็นความกดดันที่เกิดเมื่อเรารู้สึกไม่มั่นใจว่าจะสามารถผ่านปัญหาอุปสรรคที่เผชิญอยู่ได้หรือไม่ ความเครียดจะส่งผลทางบวกหรือทางลบ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถควบคุมความเครียดที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด ความเครียดจะส่งผลในทางบวกหากเราสามารถควบคุมความรู้สึกที่กดดันนั้นได้ พลังที่สร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะความเครียดจะเป็นพลังที่หาไม่ได้ในเวลาปกติ นักกรีฑาที่สมาธิดีๆ สามารถใช้พลังจากความเครียดให้เป็นประโยชน์ในการแข่งขัน พวกเขามักจะทำสถิติในการแข่งขันได้ดีกว่าในเวลาซ้อม แต่เมื่อใดที่เรารับเอาความเครียดมาไว้กับตัว ไม่พยายามที่จะเอาชนะหรือไม่สามารถเอาชนะความรู้สึกกดดันได้ ความเครียดจะส่งผลในทางลบ สร้างความล้มเหลวไม่เป็นท่าในเรื่องง่ายๆได้ เช่น การออกมาพูดในที่ชุมชน หากเรารับความกดดันที่จิตใจสร้างขึ้นมา อัดมันลงไปในสมองของเราว่า คนฟังคอยจ้องจับผิดอยู่, เรื่องที่จะพูด ตัวเองก็รู้ไม่ค่อยลึกซึ้ง, พูดไปจะเป็นที่ยอมรับของผู้ฟังหรือไม่, จะมีคนลุกขึ้นสอบถามแล้วตอบไม่ได้หรือไม่ ฯลฯ หากเป็นเช่นนั้น เราก็จะเกิดกลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว น้ำเสียงก็จะสั่นเครือไปตามจินตนาการที่สร้างขึ้นมา เงื่อนไขที่เราสร้างขึ้นมานี้เองคือความเครียด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว ยิ่งถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องที่ผูกพันกับความสำเร็จของงานที่มีความสำคัญ เช่นการออกมาเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวสินค้า ความกลัวความล้มเหลวจะยิ่งเกาะติดกลายเป็นความหวาดหวั่นจนแทบจะเดินกลับเข้าเวทีไปเลย

    การแก้ไขความเครียดเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก ทุกคนคงพอจำได้ว่าเราเครียดเพียงใดเวลาที่จะเข้าห้องสอบ นั่นเป็นเพราะเรามีความรู้สึกไม่มั่นใจว่าเรามีความรู้พอที่จะทำข้อสอบนั้นได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ต้องเสียเวลาไปอีกเทอมหนึ่ง เสียเวลาอ่านหนังสืออีกรอบ แต่ถ้าการสอบนั้นไม่มีคะแนนตัดสิน เป็นเพียงการซ้อมตอบคำถาม ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป Read the rest

ที่มาของความเครียดในการทำงาน

    ความเครียดในการทำงานภายในองค์กร มีที่มาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากองค์กร และจากบุคคล ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเชื่อมั่นในตนเองของพนักงานและต่อคุณภาพของงานในความรับผิดชอบ ตัวอย่างที่มาของความเครียดซึ่งพบเห็นโดยทั่วไป เช่น การกำหนดมาตรฐานการทำงานแบบการสูญเสียเป็นศูนย์ (zero-defect), กำหนดเวลาที่ค่อนข้างเร่งรัด, แรงกดดันจากหัวหน้างานที่เพิ่มความต้องการไม่มีหยุด แม้กระทั่งแรงกดดันจากการทำงานกับทีมงานที่ไม่เข้าขากัน

    เพื่อให้เห็นภาพที่มาของความเครียดในการทำงานในองค์กรได้ชัดเจนขึ้น จึงได้จัดสาเหตุความเครียดในการทำงานออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

1. ตัวงาน (Task)
        เป็นความเครียดที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของงานและการปฏิบัติ เช่น การไม่มีอิสระในการทำงาน ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือตัดสินใจใดๆ, การได้รับคำสั่งที่ไม่ชัดเจนในการปฏิบัติภารกิจ, การที่ต้องรับผิดชอบในผลงานของลูกน้อง, การมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ไม่เหมาะสมกับการทำงาน, การได้รับเป้าหมายในการปฏิบัติงานซึ่งยากจะทำให้สำเร็จ

2. บทบาท (Role)
        เป็นความเครียดจากบทบาทหน้าที่ในความรับผิดชอบ แบ่งออกได้เป็น 10 ประเภทได้แก่
        2.1 ความเครียดที่เกิดจากความคาดหวังบทบาทหน้าที่อย่างหนึ่ง แต่กลับได้รับมอบหมายให้มีบทบาทหน้าที่รวมถึงความรับผิดชอบที่ต่างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบทบาทหน้าที่ที่ต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ Read the rest