3-Factor Theory [Sirota]

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
ทฤษฎี 3 ปัจจัยในการสร้างแรงจูงใจและความกระตือรือร้นในการทำงาน [Sirota]

     ความรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงาน หมายถึงความมุ่งมั่นผูกพัน มีความพร้อมและเต็มใจที่จะทุ่มเทให้กับงาน บางคนเริ่มงานด้วยความกระตือรือร้นอย่างเต็มเปี่ยม อยากสร้างสรรค์ผลงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความกระตือรือร้นนั้นกลับหมดไปอันเนื่องมาจากการปฏิบัติและสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีซึ่งมีอยู่ภายในองค์กร ผู้บริหารจึงต้องหาวิธีที่จะปลุกพนักงานที่กำลังจะหมดไฟเหล่านั้นให้กลับมามีความกระตือรือร้นและมีแรงจูงใจในการทำงาน มาตรการต่างๆ ในเรื่องการสร้างแรงจูงใจ เช่น การให้ความช่วยเหลือดูแล กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกฮึกเหิม ให้รางวัลตอบแทน จัดวินัยเชิงรุก หมุนเวียนพนักงานไปทำงานในหน่วยงานอื่น ล้วนถูกนำมาใช้แต่กลับมักไม่ค่อยได้ผล จึงเกิดเป็นคำถามว่า ถ้าเช่นนั้น อะไรคือปัจจัยที่สามารถสร้างความกระตือรือร้นและแรงจูงใจให้แก่พนักงาน

     ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้พนักงานมีความรู้สึกมีแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงานอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากการจ่ายค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลแล้ว น่าจะมีอะไรอีกสักอย่างนอกเหนือจากค่าตอบแทนที่เข้ามาทำให้พวกเขาทำงานอย่างมีความสุข ดึงความรู้ความสามารถที่มีออกมาใช้ตามศักยภาพที่มีอยู่ และเกิดความรู้สึกผูกพันที่จะอยู่ทำงานในองค์กรนั้นไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

     Dr. David Sirota นักวิจัยและที่ปรึกษาด้านการบริหารงานในองค์กร ได้วิจัยเพื่อค้นหาวิธีจูงใจพนักงานด้วยการสำรวจพนักงานมากกว่า 4 ล้านคนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และนำข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการสนทนากลุ่ม (focus

Read the rest

2-Factor Theory of Emotion [Schachter and Singer]

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
ทฤษฎีอารมณ์จากเหตุสองปัจจัย [Schachter and Singer]

     นักวิจัยได้พยายามค้นหาเหตุผลเพื่ออธิบายว่า อารมณ์ของมนุษย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร มีผลต่อการสั่งการของสมองหรือสติปัญญาของมนุษย์อย่างไร ทำให้มีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความคิดและอารมณ์เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 หลายทฤษฎี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติใหญ่ทางความคิดด้านจิตวิทยา หนึ่งในทฤษฎีแรกๆ ที่พัฒนาขึ้นมาในช่วงนี้ คือ ทฤษฎีอารมณ์จากเหตุสองปัจจัย (Two-Factor Theory of Emotion) ของนักวิจัยสองท่าน คือ Stanley Schachter และ Jerome E. Singer ซึ่งมีแนวคิดหลักว่า อารมณ์เป็นผลจากการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างสองปัจจัย คือ ความตื่นตัวทางร่างกาย (physiological arousal) กับ การลงความเห็นทางปัญญา (cognitive label) โดยความตื่นตัวทางร่างกายจะได้รับการตีความตามปัญญาหรือความรู้ความเข้าใจของบุคคลในแต่ละสถานการณ์ ส่งผลให้เกิดเป็นอารมณ์หรือความรู้สึก

Read the rest

14 Steps for Quality Improvement [Philip Crosby]

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
การปรับปรุงคุณภาพ 14 ขั้นตอน [Philip Crosby]

     การปรับปรุงคุณภาพเป็นงานที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบสูง จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติซึ่งอาจไปกระทบความรู้สึกเคยชินของผู้คน และยังมีเรื่องที่ต้องทำมากมายจนไม่รู้แน่ชัดว่ามีอะไรติองทำบ้าง และควรเริ่มที่ใดก่อน คุณภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ตัวสินค้าหรือบริการ แต่อยู่ในทุกส่วนของงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการรับคำสั่งซื้อ การออกบิลเรียกเก็บเงินลูกค้า การตอบสนองความต้องการหรือปัญหาของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงดูจะมากมายจนไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวจะบานปลายและกลายเป็นการกระทบกระทั่ง เว้นเสียแต่ว่าจะมีกรอบการทำงานที่เป็นระบบมาใช้เป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

     Philip Crosby ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคุณภาพ และผู้ก่อตั้ง Philip Crosby Associates มองเห็นปัญหาดังกล่าว เขามีความเห็นว่า คุณภาพในองค์กรเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะของผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ และเข้าใจด้วยว่า ผู้จัดการหรือผู้บริหารที่รับผิดชอบงานคุณภาพต้องการกรอบงานที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพและจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดขึ้น เขาจึงได้เสนอแนวคิดการปรับปรุงคุณภาพ 14 ขั้นตอนเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว และเชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดใหม่อีกเรื่องหนึ่ง คือ สิ่งบกพร่องเป็นศูนย์ (zero defects) โดยเขียนไว้ในหนังสือชื่อ Quality

Read the rest

3 Levels of Strategy

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
กลยุทธ์ 3 ระดับในองค์กร

     ธุรกิจทุกประเภทย่อมต้องมีการแข่งขัน กลยุทธ์จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจและเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจหนึ่งมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าธุรกิจอื่น ต่อให้คุณมีความคิดดีๆ ในการดำเนินธุรกิจและมีสินค้าที่น่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างดี แต่หากปราศจากกลยุทธ์เสียแล้ว ความคิดและสินค้าที่ดีเหล่านั้นก็อาจไม่สามารถสร้างความสำเร็จให้กับคุณได้ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายที่คุณก็คงพอจะนึกชื่อออกมาได้มากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นนักคิดเชิงกลยุทธ์ชั้นยอดทั้งสิ้น ความสำเร็จของบุคคลไม่ใช่สิ่งที่ได้มาด้วยความบังเอิญ ดังนั้นหากคุณประสงค์จะประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์เป็นตัวนำในการทำธุรกิจ

     ในโลกธุรกิจ กลยุทธ์จะเกี่ยวข้องตั้งแต่การปฏิบัติงานปกติรายวัน ไปจนถึงการวางแผนระยะยาวทางธุรกิจ กลยุทธ์ที่นำมาใช้ทั่วไปในองค์กรมีอยู่ 3 ระดับซึงคุณจะต้องจัดการกับมันอย่างระมัดระวัง ให้แต่ละระดับทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันจนเกิดเป็นพลังร่วมขององค์กร ธุรกิจคุณจึงจะพบความสำเร็จอย่างที่มุ่งหวัง
     กลยุทธ์ 3 ระดับขององค์กร ประกอบด้วย

กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Level)
     เป็นกลยุทธ์ระดับมหภาคที่ครอบคลุมทุกแง่มุมในการดำเนินธุรกิจ เป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่ทุกองค์กรควรจะกำหนดขึ้นก่อนเริ่มธุรกิจเพราะจะช่วยทำให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเป็นเต้าโครงที่จะขยายความในรายละเอียดต่อไป นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานได้เห็นภาพรวมของกิจการตลอดจนคุณค่าที่ต้องมีหรือสร้างขึ้นมาเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ กลยุทธ์ระดับองค์กรจะเรียบง่ายหรือซับซ้อนขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการ
     ในการเริ่มธุรกิจ ผู้ประกอบการหลายรายมักมองข้ามความสำคัญของการกำหนดกลยุทธ์ขั้นบนสุดนี้ แต่เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้สักระยะหนึ่ง พวกเขาจะรับรู้ได้ถึงความเสียหายและการเสียโอกาสในธุรกิจอันเป็นผลจากการมองข้ามการกำหนดกลยุทธ์ระดับองค์กรไว้ตั้งแต่แรก เพราะกลยุทธ์นี้จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจในเรื่องอื่นๆ ทั้งหมดซึ่งรวมถึงการกำหนดกลยุทธ์ระดับล่างลงไปอีกสองระดับ

Read the rest

3 Component Model of Commitment [Meyer and Allen]

สารานุกรมการบริหารและการจัดการ
องค์ประกอบ 3 ประการของความรู้สึกผูกพันในการทำงาน [Meyer and Allen]

     หากคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัท คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่คุณจะมีความรู้สึกมุ่งมั่น ทำกิจการของคุณหรือที่อยู่ในความดูแลของคุณ ให้ประสบความสำเร็จ เพราะคุณจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากความมุ่งมั่นนั้น แต่มันคงจะไม่ง่ายที่จะสร้างความรู้สึกเช่นนั้นให้เกิดขึ้นกับทุกคนในบริษัทหรือองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานระดับกลางหรือระดับล่างซึ่งไม่ได้มีความคาดหวังอะไรเช่นเดียวกับคุณ และอาจยื่นใบลาออกไปเมื่อไดก็ได้ คุณจึงควรค้นหาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่่ทำให้พนักงานมีความรู้สึกผูกพันที่จะทำงานกับบริษัทต่อไปนานๆ

     มีหลายสาเหตุที่พนักงานยังทำงานอยู่กับบริษัทโดยไม่ลาออกหรือย้ายไปที่อื่น บางคนอยู่เพราะรักในงานที่ทำ หรือเพราะเป้าหมายส่วนตัวไปด้วยกันได้กับเป้าหมายของบริษัท บางคนอยู่เพราะไม่อยากตกงาน ในขณะที่บางคนอยู่เพราะมีความรู้สึกจงรักภักดีบริษัทหรือผู้บริหารของบริษัท แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด การที่พนักงานทำงานให้กับบริษัท พวกเขาย่อมต้องรับผลกระทบเชิงลบบางอย่างไปด้วย เช่น การเสียความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต ไม่มีเวลาที่เป็นส่วนตัว ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง และต้องยอมรับความไม่พอใจที่งานไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผู้บังคับบัญชาคาดหวัง ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบดังกล่าว ขณะเดียวกันก็ยังทำให้พนักงานหรือทีมงานมีความรู้สึกมุ่งมั่นในการทำงานหรือมีความรู้สึกผูกพันกับบริษัท

     John Meyer และ Natalie Allen ได้พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า Three Component

Read the rest