จะทำอย่างไรเมื่อมีความสามารถต่ำกว่าที่เจ้านายต้องการ

    ไม่มีใครอยากถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนที่ไม่มีความสามารถในการทำงานหรือถูกมองว่าฝีมือไม่ถึงขั้น มันคงเป็นความรู้สึกอึดอัด เหี่ยวเฉา ไร้ค่าอะไรปานนั้น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เราคงหนีไม่พ้นความรู้สึกที่ว่านี้อย่างน้อยก็ในบางเวลา หากเราไม่ปล่อยปละละเลย ปัญหานี้ยังพอจะแก้ไขได้

    เรามักไม่ค่อยรู้ตัวว่าเราเป็นคนที่ฝีมือไม่ถึงขั้น บางครั้งเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือฝ่ายพัฒนาบุคคลอาจแจ้งให้เราทราบอย่างตรงไปตรงมา แต่ในสังคมไทยที่จะเรียกว่าถนอมน้ำใจกัน หรือไม่อยากให้ใครได้ดีก็ยังไม่แน่ใจ โอกาสเช่นนั้นก็มีไม่มากนัก แต่ไม่ว่าเราจะรู้ตัวเราเองหรือมีคนบอก หากได้รับรู้แล้วก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะต้องเริ่มแก้ไข  Jean-Francois Manzoni ศาสตราจารย์ด้านภาวะผู้นำและการพัฒนาองค์กรของสถาบัน IMD International ได้แนะนำวิธีแก้ไขไว้ดังนี้

    1. ยอมรับและทำความเข้าใจกับมัน
        แม้จะมีข้อมูลที่ชัดเจนว่าเราเป็นคนที่ฝีมือไม่ถึงขั้น เช่นจากยอดขาย หรือจากคำบอกกล่าวของผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือจากรายงานก็ตาม เราก็มักจะเข้าข้างตนเองในปัญหาดังกล่าวและมักจะโทษคนอื่นหรือโทษสถานการณ์ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องเป็นเช่นนั้น เช่น หาว่าทีมงานซึ่งให้เราเข้าไปทำงานด้วยนั้นไม่ดี ระบบบริหารจัดการที่เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งนั้นไม่ดี หรือโทษว่าพื้นที่ๆได้รับมอบหมายให้ดูแลเขี้ยวกว่าของคนอื่น

    ต่อให้สิ่งที่เรายกขึ้นมาอ้างนั้นเป็นเรื่องจริง แต่อย่างน้อยเราก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาอยู่ดี Manzoni แนะนำให้เราหันมาพิจารณาการปฏิบัติงานของตนเองแล้วแยกให้ออกว่ามีอะไรที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้และอะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ การขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยเป็นกระจกสะท้อนข้อบกพร่องของเราก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

    2. ขอรับความช่วยเหลือ
        หากเรามีความวิตกกังวลมากๆก็ควรเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชาซึ่งจะเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเราได้มาก แต่การขอรับความช่วยเหลือต้องชัดเจนว่าเราต้องการให้เขาช่วยอะไร มิฉะนั้นจะกลายเป็นการไปปรับทุกข์หรือแก้ตัว ผู้บังคับบัญชาจะมีความยินดีที่จะให้การช่วยเหลือมากขึ้นถ้าเราบอกเขาไปตรงๆว่าเขาจะช่วยเราได้อย่างไรและแสดงให้เขาเห็นว่าเรามีความรับผิดชอบต่องานในการดูแล

    เพื่อนร่วมงาน พี่เลี้ยง หรือแม้กระทั่งคนที่ทำรายงานว่าเราเป็นคนที่มีความสามารถไม่ถึงขั้นก็สามารถช่วยเราได้ เราควรขอให้เขาให้ข้อมูลเราว่าเราเป็นคนทำงานไม่ดีอย่างไรและขอคำแนะนำว่าเราควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร การทำเช่นนี้เกิดผลดีสองประการ คือ (1) ทำให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกในพฤติกรรมของเราที่เราอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้ตัว (2) คนที่เราไปขอคำปรึกษาจะช่วยกระจายข่าวให้คนอื่นรู้ว่าเรากำลังคิดจะปรับปรุงตัว คนเหล่านั้นจะมองเราดีขึ้นและช่วยให้ความเห็นหรือคำแนะนำแก่เราในอนาคตได้เพราะเขารู้แล้วว่าเราเป็นคนที่พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงตัวเอง

    3. ตัดสินใจว่าควรจะเน้นที่เรื่องใด
        รายการที่ควรนำมาใช้ตรวจสอบตนเอง ได้แก่

    • ความพยายาม: เราได้ใช้เวลาและทุ่มเทกับงานมากพอหรือไม่
    • กลยุทธ์: เราทำงานแบบใช้สมองมากกว่าทำแบบ routine ไปวันๆหรือไม่
    • ความพร้อม: เรามีทักษะ ความรู้ และความสามารถที่จะทำงานให้ดีได้หรือไม่

    การหมั่นตั้งคำถามตัวเองในสามเรื่องนี้จะทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ควรแก้ไข คำตอบที่เราได้จากคำถามนี้คือสิ่งที่เราควรเน้นและให้ความสำคัญในการปรับปรุง

    4. เรียกเกียรติยศที่เสียไปกลับคืนมา
        ตอนที่เราเริ่มที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง เราอาจพบว่าชื่อเสียงเกียรติยศของเราได้เสียไปแล้ว ตัวบ่งชี้ที่สังเกตได้ก็คืองานที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้เป็นงานที่ไม่มีความสำคัญ ไม่ท้าทายหรือเรากลายเป็นคนที่ถูกมองข้ามเวลาที่มีงานสำคัญใหม่ๆเข้ามา ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เราต้องเพิ่มความระมัดระวังภาพลักษณ์ของเราในสายตาคนอื่นเพราะเราไม่ได้เพียงแต่ต้องทำงานให้ดีเท่านั้น แต่เราต้องทำให้คนอื่นเห็นว่าเราทำงานได้ดีด้วย

    เมื่อไรก็ตามที่เรามีความก้าวหน้าในการแก้ไขปรับปรุง ควรขอให้คนอื่นช่วยให้ความเห็นด้วยว่าเขาได้เห็นความก้าวหน้าหรือการพัฒนาในตัวเรา มีอะไรที่จะแนะนำบ้าง ชื่อเสียงที่เสียไปอาจทำให้ต้องใช้เวลากว่าจะมีคนเห็นการเปลี่ยนแปลงของเรา และยิ่งต้องใช้เวลามากกว่านั้นกว่าจะมีคนกล้ามอบงานที่สำคัญให้เราทำ

    แต่ถึงแม้ว่าเราจะสามารถแก้ไขปรับปรุงงานให้ดีขึ้นแล้วก็ตาม ก็เป็นไปได้ที่จะไม่สามารถเรียกชื่อเสียงที่เสียไปให้กลับคืน สาเหตุอาจเป็นเพราะไม่มีใครใส่ใจ หรืออาจเป็นเพราะเราไม่ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานนั้นอย่างจริงจัง หรือเป็นเพราะเราไม่ได้รับความสนใจในงานที่ทำ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรหาทางขยับขยายเปลี่ยนทีมงานหรือเปลี่ยนเจ้านายไปเสียเลย บางครั้งการยอมถอยก็เป็นทางออกที่ดีเหมือนกันหากเราได้พยายามเต็มที่แล้ว

สิ่งที่ควรทำ
    1. ต้องรู้ว่าอะไรเป็นเรื่องในขอบอำนาจของเราที่เปลี่ยนแปลงได้และอะไรที่อยู่นอกเขตอำนาจการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
    2. มีความจริงใจในการขอรับคำแนะนำและความคิดเห็น
    3. หาพวกเพื่อที่จะช่วยดูความก้าวหน้าในการเปลี่ยนแปลงของเรา

สิ่งที่ไม่ควรทำ
    1. เข้าข้างตนเอง โทษผู้อื่นหรือสถานการณ์ว่าเป็นสาเหตุของการที่เรามีฝีมือไม่ถึงขั้น
    2. คิดเอาเองว่า ขอเพียงแต่เราปรับปรุงตัวเองแล้วคนอื่นก็จะเห็นได้เอง
    3. จมอยู่กับงานที่ถูกคนอื่นตราหน้าว่าไม่มีปัญญาทำให้ดีได้

——————————————

Visits: 3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *