เทคนิคการนำเสนองานด้วยการบรรยาย

    การบรรยาย (lecture) เป็นวิธีการนำเสนองานที่สามารถถ่ายทอดความรู้ และทักษะให้ผู้เรียนได้ครั้งละมากๆ แต่การบรรยายก็ต้องอาศัยเทคนิคการนำเสนอและความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และทักษะของผู้บรรยายเป็นสำคัญ การบรรยายมักเป็นวิธีการที่นำมาใช้ในการให้การฝึกอบรมแบบชั้นเรียนเมื่อมีสินค้าใหม่ หรือเมื่อผู้รับผิดชอบเห็นว่าจำเป็นต้องให้ความรู้หรือพัฒนาผู้เกี่ยวข้องพร้อมกันครั้งละหลายคน แต่บ่อยครั้งที่ผู้เรียนหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้สึกว่าการบรรยายน่าเบื่อและแม้ระหว่างการฟังบรรยายก็มีความรู้สึกเกิดขึ้นในใจแล้วว่าเป็นการให้ความรู้หรือการอบรมที่ไม่ได้ผล

    ลองพิจารณานำแนวทางต่อไปนี้ไปใช้ปรับปรุงการบรรยายของท่านดูตามที่เห็นสมควรครับ
    1. อย่าเริ่มต้นด้วยการทำลายความคาดหวัง
        ผู้เข้ารับการอบรมควรจะต้องมีศรัทธาในตัวผู้บรรยายในระดับหนึ่งนับแต่ก้าวเท้าเข้าห้องบรรยายและควรเพิ่มพูนความรู้สึกนั้นมากยิ่งๆ ขึ้นตลอดการบรรยาย ความคาดหวังหรือความศรัทธานี้เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ผลักดันให้การรับและเรียนรู้มีประสิทธิผล แต่จะด้วยนิสัยถ่อมตัวหรือความไม่มั่นใจในตนเองของผู้บรรยาย บางครั้งผู้บรรยายก็เปิดรายการด้วยมุกตลกหรือด้วยการออกตัว เช่น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้จัดจึงเชิญมาพูดในวันนี้ จบเลยครับเล่นเริ่มต้นอย่างนี้ผู้เรียนก็คงเกิดคำถามขึ้นในใจเหมือนกันว่า ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงต้องมาเสียเวลานั่งฟังคุณพูด

    2. จัดเรื่องที่บรรยายเป็นข้อๆ
        การบรรยายไปเรื่อยๆ แม้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ผู้เรียนอาจไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของเรื่องที่นำมาบรรยายได้ชัดเจน ทำให้การนำไปใช้ปฏิบัติหรือการนึกทบทวนทำได้ลำบาก ผู้บรรยายจึงควรแบ่งเรื่องที่บรรยายเป็นหมวดหมู่และเป็นข้อที่ชัดเจนซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนแล้วยังสะดวกสำหรับผู้บรรยายในการสรุปหรือการกลับมาอ้างถึงเมื่อบรรยายในหัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่บรรยายผ่านไปแล้วอีกด้วย เช่น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมความปลอดภัยของพนักงานอยู่ 6 ปัจจัย เป็นต้น

    3. คอยสังเกตดูภาษากายของผู้เรียน
        ผู้บรรยายบางคนพอไมค์จ่อปากก็พูดไปเรื่อย ไม่ได้ดูเลยว่าผู้เรียนมีปฏิกริยาอย่างไรด้วยเกรงว่าถ้าเห็นสัญญาณในเชิงลบ เช่น ผู้เรียนแสดงอาการกระสับกระส่าย นั่งกอดอก มองออกนอกหน้าต่าง ฯลฯ แล้วจะเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของตนเอง ทำให้พูดไม่ออก แม้สิ่งที่ว่านั้นจะเป็นจุดอ่อนของตนเองก็ตาม ผู้บรรยายก็ต้องถือว่าการเป็นผู้บรรยายที่มีคุณภาพ จะต้องผ่านการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาตนเองไปเรื่อยๆ จะมาทำกลบเกลื่อนให้ผ่านพ้นไปวันๆ ไม่ได้ นอกจากนั้นยังเป็นความรับผิดชอบที่ผู้บรรยายจะต้องดึงความสนใจของผู้เรียนกลับมารับประโยชน์จากการบรรยายนี้ให้ได้

    4. คอยสบตาผู้เรียน
        ผู้บรรยายบางคนมองออกไปนอกหน้าต่างหรือมุมห้องที่ไม่มีคนนั่งเพราะเกรงจะถูกตั้งคำถาม หรือเพื่อให้บรรยากาศเหมือนตอนซ้อม คือไม่มีคนมานั่งฟัง ทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจจากผู้บรรยาย เมื่อผู้ฟังรู้สึกอย่างนั้น ความรู้สึกมีส่วนร่วมกับการบรรยายก็จะลดลง ความน่าสนใจของการฟังก็ลดลง เป็นที่มาของภาษากายในเชิงลบต่างๆ ผู้บรรยายจึงต้องกวาดสายตาไปให้ทั่วๆ อย่าจับจ้องอยู่ที่ผู้ใดผู้หนึ่งเพียงผู้เดียว และที่สำคัญควรยิ้มไปพร้อมกับการกวาดสายตานั้นด้วยเพื่อแสดงความเป็นมิตร

    5. มั่นใจว่าผู้เรียนได้ยินเสียงของผู้บรรยาย
        ก่อนเริ่มบรรยายควรสอบถามผู้เรียนท้ายห้องว่าได้ยินเสียงของผู้บรรยายชัดเจนหรือไม่ ไม่ควรทำแบบงานวัดหรือวงดนตรีตามร้านอาหาร ที่ ฮัลโหล เทส หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า อะไรทำนองนั้น และก่อนที่จะตอบคำถามของผู้เรียน ควรทวนคำถามนั้นกลับไปทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าคำถามที่ตนได้รับมานั้นถูกต้อง

    6. อย่าใช้มือมากเกินไป
        การใช้มือประกอบการบรรยายจะช่วยให้การบรรยายดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งจนรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่ควรมากเกินไปจนผู้เรียนรู้สึกรำคาญ ผู้บรรยายควรใช้มือประกอบท่าทีการบรรยายเป็นระยะ เมื่อใช้เสร็จแล้วควรวางแนบตัวไว้ทุกครั้ง

    7. ใช้โน้ตย่อประกอบการบรรยาย
        ผู้บรรยายต้องมีความรู้ในเรื่องที่บรรยายอยู่แล้ว การใช้โน้ตย่อ เช่นเฉพาะหัวข้อเพื่อช่วยเตือนความจำ เป็นวิธีที่สมควร ไม่ใช่เขียนเป็นข้อความหรือประโยคใส่กระดาษหรือ power point แล้วยืนอ่าน ซึ่งนอกจากจะดึงความสนใจของผู้เรียนออกไปจากผู้บรรยายแล้ว ยังดึงความน่าเชื่อถือออกไปด้วย

    8. อย่าพูดต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียว
        ผู้บรรยายบางคนพอกล่าวนำเรื่องที่จะบรรยายแล้วก็ลุยยาวโดยหารู้ไม่ว่าคนส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องที่ผู้บรรยายพูดเพียงในช่วงต้นๆ เท่านั้น ผู้บรรยายจึงควรแบ่งเรื่องที่พูดออกเป็นช่วงเป็นตอนครั้งละประมาณ 5 นาทีโดยแต่ละช่วงก็จะมีการเกริ่นนำสั้นๆ ควรสลับรูปแบบการนำเสนอระหว่างการพูด การเขียน การใช้ power point ให้เหมาะสม การเกริ่นนำจะเป็นการชี้ให้เห็นความสำคัญของเรื่องที่บรรยายที่มีต่อผู้ฟัง หรือถ้าพูดในมุมกลับก็คือชี้ให้เห็นเหตุผลที่ผู้เรียนควรให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้บรรยายจะได้นำเสนอต่อไป การซอยเรื่องที่จะบรรยายออกเป็นช่วงสั้นๆ จะทำให้ผู้เรียนมีความรู้สึกตื่นตัวว่ากำลังจะได้รับฟังเรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

    9. ฝึกซ้อมบ่อยๆ
        ถ้าเป็นไปได้ควรฝึกซ้อมเรื่องที่จะบรรยายในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมที่จะบรรยายจริง สภาพแวดล้อมที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงมีผู้เรียนมากมายเหมือนที่จะบรรยายจริงเพราะคงเป็นไปได้ยาก แต่หมายถึงเวลาที่ใช้ในการบรรยาย การใช้เสียง การแสดงท่าทาง สื่อประกอบการบรรยาย อุปกรณ์ประกอบการบรรยาย (ถ้ามี) เช่น flip chart, microphone

    ขอให้ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้บรรยายที่มีคุณภาพนะครับ

———————————-

Visits: 1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *