การเตรียมตัวเพื่อเข้าสอบสัมภาษณ์งาน (2)

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอต่อจากครั้งที่แล้วด้วยตัวอย่างคำถามที่ 4 เลยนะครับ

    4. ช่วยเล่าเรื่องที่คุณได้ทำแต่ไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้มารู้สึกว่าน่าอับอายมาสักเรื่องซิ
         เจอคำถามแบบนี้ ผู้เข้าสอบสัมภาษณ์บางคนเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย มีอะไรในชีวิตก็พรั่งพรูมาไม่ขาดสายเพราะเห็นว่าเป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวกับงาน ผลก็คือสอบตก ขอย้ำเตือนกันอีกครั้งนะครับ ไม่มีคำถามใดในห้องสัมภาษณ์ที่ไม่เกี่ยวกับการรับคุณเข้าทำงานไม่ว่าคำถามนั้นจะธรรมดาแค่ไหนก็ตาม

    ไม่ว่าชีวิตของคุณจะล้มเหลวผิดพลาดมาเพียงใด อย่าแสดงว่าคุณจมอยู่กับความรู้สึกนั้น คำตอบที่เหมาะสมควรออกแนวกลางๆ ว่าในชีวิตของคุณไม่เคยพบความล้มเหลวผิดพลาดอย่างใดที่ทำให้เกิดเป็นความเสียหาย มีก็แต่เพียงอุปสรรคปัญหาที่เข้ามาซึ่งสำหรับคุณมองว่าเป็นธรรมดาของการทำงานที่ทุกคนต้องประสบ แต่คุณก็ได้ปรับปรุงวิธีการทำงานโดยใช้การวางแผนงานและตรวจสอบ feedback อย่างสม่ำเสมอ

    5. ทำไมคุณจึงลาออกจากที่ทำงานเก่า
         นี่เป็นคำถามยอดนิยมที่ทำคนตกม้ามาเยอะแล้ว ใครก็ตามที่ถูกตั้งคำถามข้อนี้ห้ามว่าร้าย ระบายความคับแค้นอัดอั้นใดๆ ที่มีต่อโรงงาน บริษัท คณะกรรมการ ผู้บังคับบัญชา ลูกน้อง พนักงาน หรือลูกค้าเก่าของตนเป็นอันขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามพูดถึงความขัดแย้งส่วนตัว การเข้ากันไม่ได้ หรือคำตอบใดๆ ที่แสดงให้เข้าใจไปได้ว่าคุณเป็นคนมีปัญหาในเรื่องความรู้ความสามารถ ความซื่อตรง หรือการการควบคุมอารมณ์

    สำหรับผู้ที่ยังไม่ลาออกจากที่ทำงานเก่าก็จงบอกออกไปตรงๆ ว่าคุณยังไม่ได้ลาออกเพราะคุณจะได้เปรียบมากกว่าคนที่ลาออกมาเป็นผู้ว่างงานแล้ว คำตอบที่อาจจะโหลแต่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้คือ ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ แต่มันจะดีขึ้นมากถ้าสามารถอธิบายให้ชัดเจนว่าตำแหน่งที่คุณสมัครนี้มีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรและเหมาะกับความรู้ความสามารถของคุณอย่างไร

    สำหรับผู้ที่ออกจากงานมาแล้ว หากถูกไล่ออกมาด้วยเหตุที่บริษัทเก่าเลิกกิจการ หรือถูกควบรวม หรือถูกยุบทั้งแผนก ก็ควรเล่าไปตามตรง อย่าโกหก เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่ข้อบกพร่องเป็นการส่วนตัวและเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ไม่ยาก ในทางตรงกันข้ามควรให้เหตุผลอย่างมืออาชีพ อย่าแสดงความขมขื่น อาลัยอาวรณ์ใดๆ ออกมาเพราะไม่มีส่วนเพิ่มคะแนนการสอบสัมภาษณ์ แต่ถ้าลาออกมาด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่อย่างที่กล่าวมาก็ควรตอบเป็นกลางๆ เช่นหาประสบการณ์ เพิ่มรายได้ให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของคุณ เป็นต้น

    6. นิ่งเงียบ ไม่ตั้งคำถาม
         เป็นไม้ตายอีกอย่างที่ผู้สัมภาษณ์มักนำมาใช้ คือ หลังจากที่ผู้เข้าสอบได้ตอบคำถามไปแล้วผู้สัมภาษณ์กลับนั่งเงียบ ภาวะแบบนี้ทำให้ผู้เข้าสอบอึดอัดเพราะไม่รู้ว่าตนได้พูดอะไรผิด ในที่สุดก็สติแตกละล่ำละลักแก้คำตอบที่ได้ตอบไปแล้ว ผลก็คือได้ทำให้คำตอบที่หนักแน่นในตอนแรกกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีแก่นสารหาความแน่นอนไม่ได้ หลังจากนั้นข้าศึกคือคำถามที่แหลมคมทั้งหลายก็ประเดประดังกันมาจนรับไม่อยู่

    ในสถานการณ์นิ่งเงียบเช่นนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือย้อนถามไปว่าจะให้ตอบในเรื่องใดเพิ่มเติมหรือไม่ เมื่อเราเป็นฝ่ายรุกด้วยการป้อนคำถาม ผู้สัมภาษณ์ก็คงจะเงียบต่อไปไม่ได้ หลังจากนั้นความกดดันก็จะลดลงหรือเปลี่ยนไปสู่คำถามอื่นต่อไป

    7. ทำไมเราควรจะรับคุณเข้าทำงาน
         ผู้เข้าสัมภาษณ์ที่เจอคำถามแบบนี้โดยเฉพาะคนขี้เกรงใจจะรู้สึกอึดอัดเพราะจำเป็นต้องตอบคำถามในเชิงบวกสุดๆ แต่ก็กระดากที่จะพูดยกตนเองเลยตอบแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย พูดจาถ่อมตัวหรือบางรายก็ตอบไปว่าแล้วแต่การพิจารณา ถ้าตอบแนวนี้ก็ตกแน่นอน

    วิธีที่ดีที่สุดให้นึกถึงประกาศรับสมัครงานที่เราสมัครเข้ามาว่าเขาเน้นอะไร ใช้ความต้องการของผู้สัมภาษณ์นั่นเองเป็นโจทย์แล้วขยายความสามารถและประสบการณ์ของตนให้รับกับความต้องการของเขา นี่คือการตอบที่ตรงคำถามที่สุด อย่าอ้อมไปอ้อมมา หรือ แล้วแต่การพิจารณา... เป็นอันขาด

    วันนี้ขอนำตัวอย่างคำถามในการสัมภาษณ์งานมาพูดคุยกันเพียงเท่านี้ และจะนำที่เด็ดๆ มานำเสนออีกในโอกาสต่อไปครับ

———————————–

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *