การเตรียมตัวเพื่อเข้าสอบสัมภาษณ์งาน (11)

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา จะขอต่อจากครั้งที่แล้วด้วยตัวอย่างคำถามที่ 41 เลยนะครับ

    41. คุณก็ทำงานกับบริษัทล่าสุดนี้มาตั้งนาน ไม่รู้สึกลำบากใจที่จะเปลี่ยนบริษัทใหม่หรือ
         ผู้เข้าสัมภาษณ์บางคนไปหลงติดกับคำว่าลำบากใจ ก็หาเหตุผลเพื่อมาอธิบายว่าลำบากใจอย่างไร และไม่ลำบากใจอย่างไร ขอให้ระลึกไว้อย่างหนึ่งครับว่าในห้องสัมภาษณ์ต้องคิดอย่างน้อยสองชั้น คำถามนี้ต้องการรู้ว่าเมื่อคุณทำงานจนเกิดความคุ้นเคยกับวิธีการทำงาน บรรยากาศ และวัฒนธรรมขององค์กรเก่าแล้ว จะสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้หรือไม่ หรือต้องใช้เวลาในการปรับตัวซึ่งในระหว่างนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายจากวิธีการทำงานแบบเก่าซึ่งไม่เหมาะสมกับที่แห่งใหม่นี้

    การตอบคำถามนี้คุณควรกล่าวย้อนไปถึงพัฒนาการที่คุณมีอยู่ในปัจจุบันก็ล้วนมาจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะของการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่อยู่นิ่ง พูดถึงตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งคุณผ่านมาหลายรูปหลายแบบ คุณจึงกล้าที่จะพูดได้ว่าคุณมีความสามารถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเข้ารับผิดชอบงานที่มอบหมายด้วยความรู้สึกท้าทายในความรู้ความสามารถ พร้อมกันนั้นก็ขอให้เปรียบเทียบงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันกับตำแหน่งงานที่มาสมัครว่ามีความคล้ายคลึงและแตกต่างกันอย่างไร โดยอธิบายให้เห็นว่าการมาทำงานในสถานที่ใหม่นี้ไม่ได้สร้างความรู้สึกหนักใจในเรื่องการปรับตัวแต่อย่างใดเพราะความต้องการของที่ทำงานใหม่นี้เข้ากับทักษะและประสบการณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี

    42. ผมจะขอติดต่อที่ทำงานเก่าของคุณเพื่อการอ้างอิงได้ไหม
         ถ้าคุณอ้ำๆ อึ้งๆ หรือแสดงท่าทีไม่ให้ความร่วมมือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะเข้าใจได้อย่างเดียวว่าบางสิ่งหรือทุกสิ่งที่คุณตอบมาไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำงาน การประสานงาน การสื่อสาร ความสามารถในการทำงานหรือในการบริหาร ฯลฯ ล้วนเป็นเท็จ

    คุณควรแจ้งให้ผู้สัมภาษณ์ทราบว่าการมาสมัครงานของคุณนี้ยังไม่ได้แจ้งให้ที่ทำงานเก่าทราบและคุณก็ยังต้องการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อน ต่อเมื่อผู้สัมภาษณ์ตกลงใจที่จะรับคุณเข้าทำงานแล้ว เมื่อนั้นคุณก็พร้อมที่ให้ตรวจสอบข้อมูลทุกสิ่งที่คุณได้แสดงหรือชี้แจงมาเพราะเป็นความภาคภูมิใจของคุณเช่นกัน

    43. ช่วยเล่าตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์ ทักษะในการวิเคราะห์ หรือความสามารถในการบริหารของคุณให้ฟังหน่อย
         ถ้าคุณหยุดนิ่งไป หรือมีอาการใคร่ครวญไม่ว่าจะแหงนหน้ามองเพดาน เคาะนิ้วบนโต๊ะ หรือยิ้มไปยิ้มมา ก็แสดงว่าคุณนึกความสามารถดังกล่าวไม่ออก มันอาจไม่เคยมีมาก่อนเลย หรืออาจเคยมีเมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้วก็ได้

    นี่จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์ ขอให้นึกเสมอว่าคุณกำลังเป็นพนักงานขาย ถ้าสินค้าเป็นตัวคุณ คุณจะต้องต้องเตรียมข้อดีอะไรที่จะไปเล่าให้ผู้ซื้อหรือในที่นี้คือผู้สัมภาษณ์ฟังบ้าง ไม่ใช่เตรียมแต่ข้อมูล แต่คุณยังจะต้องฝึกซ้อมการอธิบายที่น่าเชื่อถือ ชัดเจนและชักนำผู้ฟังให้มีความเห็นคล้อยตามด้วย ไม่ใช่พอถึงขั้นอธิบายก็วกไปวกมาจนไม่เห็นว่าเป็นความสามารถของคุณได้อย่างไร

    44. มีอะไรในตัวคุณที่คิดว่าต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นบ้าง
         แปลไทยเป็นไทยก็คือ คุณมีข้อบกพร่องอะไรที่เรายังไม่รู้บ้างนั่นเอง อย่าตกหลุมพรางด้วยการสารภาพไปเรื่อยเปื่อยหรือปฏิเสธว่าไม่มีนะครับ

    คำตอบที่เหมาะสมคือการบอกถึงคุณสมบัติบางอย่างที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรือที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่งานหรือองค์กร และถ้าเป็นคุณสมบัติที่แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ข้อเสียหายเสียทีเดียวได้ก็ยิ่งดี เช่น การไม่ค่อยยอมรับข้อมูลก่อนการตรวจสอบซ้ำซึ่งทำให้งานที่คุณนับผิดชอบต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น หรือการเขียนหนังสือเร็วจนลายมืออ่านยากซึ่งคุณก็กำลังแก้ไขอยู่ เป็นต้น

    45. มีอะไรที่คุณเป็นกังวลอยู่บ้าง
         หากยอมรับว่ามีความกังวลอะไรอยู่บ้าง ก็เท่ากับว่าคุณเป็นผู้สูญเสียที่กำลังมองหาทางออก เมื่อมีใครเปิดช่องให้ก็เลยพรั่งพรูออกมา แต่ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรที่เป็นกังวลอยู่เลย ก็ดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไร

    คำตอบที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องของการขอทำความเข้าใจในความหมายของคำว่า “ความกังวลก่อน” สำหรับคุณแล้ว คุณไม่คิดว่าสิ่งที่ยังคั่งค้างในใจเป็น  “ความกังวล” แต่คุณคิดว่าเป็น “ความมุ่งหวัง” ซึ่งคุณมีอยู่เต็มเปี่ยม อธิบายไปว่าคุณเป็นผู้ที่เน้นเป้าหมายความสำเร็จของงานเป็นที่ตั้ง ตราบใดที่งานนั้นยังไม่สำเร็จ คุณก็ยังมีความมุ่งหวังที่จะหาหนทางทำมันให้สำเร็จให้จงได้

    วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ วันหลังผมจะนำเสนอคำถามที่ควรเรียนรู้เพื่อการเตรียมตัวเข้าสอบสัมภาษณ์มานำเสนออีกครับ

———————————–

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *