การเตรียมตัวเพื่อเข้าสอบสัมภาษณ์งาน (14)

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา จะขอต่อจากครั้งที่แล้วด้วยตัวอย่างคำถามที่ 55 เลยนะครับ

    55. คำถามในเรื่องส่วนตัว
         ในการสัมภาษณ์รอบลึกๆ ผู้เข้าสอบอาจพบกับผู้บริหารระดับสูงซึ่งไม่ค่อยมีประสบการณ์การสัมภาษณ์ และมักติดนิสัยที่จะสอบถามเรื่องราวที่ตนสนใจโดยไม่เกรงใจ เช่น คำถามเกี่ยวกับการสมรส ครอบครัว ความเชื่อทางศาสนา การมีส่วนร่วมทางการเมือง วงศ์ตระกูล โรคประจำตัว ความพิการบกพร่องทางร่างกาย

    มีหลายวิธีที่จะจัดการกับคำถามเหล่านี้
    1) อาจถือสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวโดยไม่ให้คำตอบ แต่การปฏิบัติเช่นนี้อาจทำให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจผิดและให้คุณไม่ผ่านการสัมภาษณ์ก็ได้
    2) อาจยอมสละความเป็นส่วนตัวโดยการตอบคำถามไปตามจริงถ้าคิดว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยคุณได้
    3) ใช้การเลี่ยงแบบการทูตโดยแจ้งผู้สัมภาษณ์ว่าคุณมีความรู้สึกไม่สบายใจต่อคำถามดังกล่าว จึงขอไม่ตอบคำถามนี้

    แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการใดที่กล่าวมาข้างต้น ต้องมั่นใจว่าคำถามนั้นไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่คุณสมัครมิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ผู้เข้าสอบจะปฏิเสธการตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะต้องปฏิบัติ

    56. คำถามที่ซ่อนอยู่ในใจผู้สัมภาษณ์
         เป็นคำถามที่ซ่อนอยู่ในใจของผู้สัมภาษณ์โดยไม่ได้ถาม เนื่องจากไม่ได้ถามออกมาผู้เข้าสอบจึงไม่มีโอกาสที่จะชี้แจง และการที่ไม่ได้ชี้แจงนี้เองที่อาจส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อผู้เข้าสอบเพราะผู้สัมภาษณ์อาจสรุปเอาเองว่าข้อสงสัยนั้นต้องเป็นไปตามที่เขาคิดอย่างแน่นอน คำถามที่ซ่อนอยู่ในใจนี้อาจมาจากลักษณะทางกายภาพของร่างกาย หรือประวัติส่วนตัวที่อ่านจากใบสมัครงาน เช่น เป็นคนขาเป๋ จบมาจากสถาบันที่มีประวัติการวิวาทกับสถาบันอื่น มาจากครอบครัวคนต่างด้าว มีอายุค่อนข้างมากสำหรับตำแหน่งที่สมัคร ฯลฯ สิ่งเหล่านิอาจเข้ารบกวนจิตใจของผู้สัมภาษณ์จนเกิดเป็นคำถามว่า คุณเหมาะกับงานที่จะได้รับมอบหมายหรือไม่ แต่ผู้สัมภาษณ์ก็ไม่กล้าที่จะถามเพราะกฎหมายแรงงานไม่อนุญาตให้นำเรื่องเหล่านี้มากีดกันการเข้าทำงาน ในขณะเดียวกันผู้สอบก็ไม่สามารถที่จะตอบคำถามในใจนี้ถ้าผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ถามเพราะอาจทำให้ผู้สัมภาษณ์ไม่พอใจ และที่ร้ายไปกว่านั้นก็เป็นไปได้ที่ผู้สัมภาษณ์ยังไม่ทันคิดถึงเรื่องดังกล่าวเลยจนกระทั่งผู้เข้าสอบหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดและสะกิดให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความหวาดระแวงว่าผู้เข้าสอบคงมีปัญหาในขั้นรุนแรง ไม่ทางกายภาพก็ทางจิตใจ จึงร้อนตัวนัก

    วิธีที่ดีที่สุด คือ อย่าหยิบเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาออกตัวก่อนที่ผู้สัมภาษณ์ถาม แต่ในขณะเดียวกันจะต้องเตรียมคำตอบที่เหมาะสมต่อคำถามที่ซ่อนเร้นเหล่านี้ไว้เพื่อใช้ตอบผู้สัมภาษณ์ให้มีความมั่นใจว่าคุณไม่มีปัญหาอย่างที่เขาคิดในทันทีที่ผู้สัมภาษณ์นำเรื่องนี้ขึ้นมาถาม

    57. ส่วนไหนของงานที่คุณต้องใช้ความพยายามมากที่สุด
         คำถามข้อนี้ต่างจากข้อที่เคยนำมาเสนอก่อนหน้านี้ซึ่งเคยแนะนำให้เปลี่ยนนิยามจากคำว่า “ยาก” เป็น “ท้าทาย” เพราะข้อนี้ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ถามว่า ยาก แต่ถามว่า ใช้ความพยายามมากที่สุด การจะให้นิยามใหม่สำหรับคำนี้จึงทำได้ยากกว่าคำถามก่อน และส่วนที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดที่คุณหยิบยกขึ้นมาเป็นคำตอบ ก็อาจหมายถึงปัญหาการทำงานของคุณด้วย

    คำตอบที่เหมาะสมจึงควรเปลี่ยนส่วนน้อยให้เป็นส่วนใหญ่ หรือให้เป็นเรื่องปกติโดยตอบว่า คุณได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในทุกงานที่คุณเข้ารับผิดชอบโดยเฉพาะงานที่มีผลกระทบในวงกว้างหรือเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย หรือกฎระเบียบที่ออกใหม่

    58. คุณให้นิยาม “ความสำเร็จ” ว่าอย่างไร และจะวัดได้อย่างไร
         เป็นคำถามที่ไม่ยาก แต่หากไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าก็อาจตอบกว้างหรือแคบเกินไปได้

    คำตอบที่เหมาะสมคือ การให้นิยามที่บุคคลทั่วไปคุ้นเคยและเข้าใจกันอยู่แล้วแต่พยายามจัดคำพูดให้สอดคล้องกับความสำเร็จในชีวิตการทำงานของคุณ เช่น ความสำเร็จ คือ การได้บรรลุผลตามเป้าหมายสำคัญที่ตั้งเอาไว้ ส่วนการวัดความสำเร็จจะดูจากความก้าวหน้าทั้งในส่วนของการบรรลุตามเป้าหมายและความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการบรรลุเป้าหมาย หลังจากนั้นก็ยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีตของคุณสักเรื่องสองเรื่องโดยชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ความก้าวหน้าจนกระทั่งบรรลุเป้าหมายหรือความสำเร็จนั้นเป็นอย่างไร รู้ได้อย่างไรว่ามีความก้าวหน้าเกิดขึ้น เป็นต้น

    วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ วันหลังผมจะนำเสนอคำถามที่ควรเรียนรู้เพื่อการเตรียมตัวเข้าสอบสัมภาษณ์มานำเสนออีกครับ

———————————–

Visits: 1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *