การเตรียมตัวเพื่อเข้าสอบสัมภาษณ์งาน (13)

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา จะขอต่อจากครั้งที่แล้วด้วยตัวอย่างคำถามที่ 51 เลยนะครับ

    51. เป้าหมายของคุณคืออะไร
         ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่คือผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าผู้ถูกสัมภาษณ์ บุคคลเหล่านี้คือผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน และสิ่งที่ทำให้บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้ก็ไม่พ้นการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและพยายามที่จะมุ่งเข้าสู่เป้าหมายนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อคุณได้รับคำถามเช่นนี้ ขอให้ตอบเป้าหมายของคุณให้มีความจำเพาะเจาะจง ลำพังแค่ตอบไปว่าต้องการทำงานให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่เพียงพอ

    คุณควรระบุเป้าหมายในชีวิตของคุณเป็นเรื่องๆ เช่น เรื่องงานอาชีพ เรื่องการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เรื่องครอบครัว เรื่องการให้บริการแก่สังคม แสดงให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็นว่าคุณไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงด้านเดียว และในทุกๆ ด้านของชีวิต คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน เป้าหมายเป็นเรื่องของใครของมัน ไม่มีผิดถูก แต่ควรต้องกำหนดระยะของความสำเร็จเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน ระยะเวลาที่คาดหวังในความสำเร็จของแต่ละขั้นตอนนั้น ทำไมเป้าหมายนั้นจึงมีความสำคัญต่อชีวิตคุณ ที่สำคัญอย่ายึดเวทีสัมภาษณ์เป็นของคุณ ชกให้เข้าเป้าในเวลาไม่เกิน 2 นาทีเพื่อจะได้ตอบคำถามอื่นเพราะคุณมีระยะเวลาการสัมภาษณ์จำกัด หากต้องลงจากเวทีก่อนครบยก คนแพ้คือคุณ ไม่ใช่กรรมการ

    52. เวลาเลือกรับคนเข้าทำงาน คุณพิจารณาอะไรบ้าง
         แสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์และความคิดของคุณ แต่อย่างน้อยควรครอบคลุมสามเรื่องนี้ คือ
         1) ผู้สมัครมีความสามารถที่จะทำงานได้หรือไม่ (คุณสมบัติ)
         2) ผู้สมัครจะทำงานหรือไม่ (แรงจูงใจ)
         3) ผู้สมัครเข้ากับงานได้หรือไม่ (ทีมงาน)

    53. ลองชักชวนให้ผมซื้อที่เย็บกระดาษสักอันได้ไหม
         อย่าไปตกใจหรือโต้แย้งว่าคุณไม่ได้มาสมัครงานในตำแหน่งพนักงานขาย เพราะการขายก็คือการสนองความต้องการอย่างใดอย่างหนึ่งของบุคคลด้วยสินค้าหรือบริการที่มีราคาไม่แพงไปกว่าความต้องการที่บุคคลนั้นมีต่อสิ่งนั้น ในการทำงานไม่ว่าในตำแหน่งใดจึงไม่พ้นไปจากการทำหน้าที่พนักงานขายโดยมีสินค้าหรือบริการคือความรู้ความสามารถ ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ของคุณนั่นเอง

    หลักสำคัญของการขาย คือ ค้นหาความต้องการของลูกค้าและทำให้เขาได้รับความต้องการนั้นด้วยสินค้าหรือบริการของคุณ คำตอบที่เหมาะสมจึงควรเริ่มที่การพูดคุยเพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้าก่อนด้วยคำถามพื้นฐาน เช่น ได้ใช้เครื่องเย็บกระดาษมาก่อนหรือไม่ ใช้ขนาด (size) อะไร คุณภาพสินค้าที่ใช้อยู่เป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องการซื้อเพิ่ม โดยพร้อมกันไปกับการพูดคุยก็อธิบายคุณลักษณะที่ดีของเครื่องเย็บกระดาษของคุณซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าไปด้วย แล้วจบลงด้วยการปิดการขายด้วยคำถามที่ว่าด้วยคุณสมบัติของเครื่องเย็บกระดาษที่ผู้สัมภาษณ์กล่าวมาทั้งหมดนั้น ผู้สัมภาษณ์ต้องการซื้อในราคาเท่าไร ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะตอบเท่าไร (ยกเว้นขอฟรี) ขอให้คุณสรุปการขายว่าตกลงขาย เพราะนี่เป็นเพียงสถานการณ์สมมุติ ไม่ใช่การขายจริง สิ่งที่คุณได้ขายไปแล้วไม่ใช่เครื่องเย็บกระดาษแต่เป็นทักษะในการเจรจาและการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่เป็นเป้าหมายในการเจรจา เมื่อคุณได้ขายมันไปแล้วก็ไม่ควรมายื้อด้วยการสาละวนกับการต่อรองขอขยับราคาทั้งๆ ที่เป็นกรณีสมมุติ ซึ่งนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นมาแล้ว ยังสร้างความรำคาญแก่ผู้สัมภาษณ์อีกด้วย

    54. คุณต้องการเงินเดือนเท่าไร
         เป็นคำถามที่ต้องใช้ทักษะการต่อรองมากที่สุด หากตอบผิดก็อาจไม่ได้งานหรืออาจได้รับเงินเดือนน้อยกว่าที่ควร

    มีข้อแนะนำ 5 ประการสำหรับตอบคำถามเรื่องเงินเดือน
    1) ต้องไม่เป็นผู้เริ่มก่อน พนักงานขายที่ดีจะขายสินค้าหรือบริการของตนก่อนเสนอราคา คุณควรให้ผู้สัมภาษณ์ต้องการคุณก่อน คุณจึงจะมีอำนาจต่อรอง
    2) ถ้าผู้สัมภาษณ์ยกคำถามนี้มาถามตั้งแต่เริ่ม หรือในช่วงต้นๆ ซึ่งคุณยังขายคุณค่าในตัวคุณไม่หมด ควรขอเลื่อนการตอบคำถามนั้นด้วยคำพูดทำนอง เงินก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณแต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าสำหรับคุณคือโอกาสที่ได้ทำงานที่คุณรักและมีความก้าวหน้าในสายงาน ดังนั้นถ้าไม่ติดขัดอะไร อยากขอให้สัมภาษณ์จนมั่นใจก่อนว่าคุณมีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แล้วค่อยมาคุยเรื่องเงินเดือน
    3) กฎข้อที่หนึ่งของการเจรจาต่อรอง คือ ผู้ที่มีข้อมูลมากกว่าเป็นผู้ชนะ ดังนั้นหลังจากที่คุณได้ขายความเชื่อถือในตัวคุณไปจนถึงคำถามเรื่องเงินเดือน ขอให้ตอบไปว่าคุณเชื่อว่าบริษัทมีอัตราเงินเดือนสำหรับตำแหน่งนี้อยู่แล้ว จะช่วยแจ้งให้คุณทราบอัตราดังกล่าวได้หรือไม่ หรือตอบว่าคุณต้องการเงินเดือนที่สมกับความสามารถและคุณสมบัติของคุณ คุณมั่นใจว่าบริษัทจะให้ค่าตอบแทนคุณอย่างเป็นธรรม ไม่ทราบว่าตำแหน่งที่คุณสมัครนี้มีอัตราเงินเดือนเท่าไร เมื่อคุณมีข้อมูลแล้ว การตัดสินใจหรือการต่อรองจะกลับมาเริ่มที่ฝ่ายคุณ
    4) ก่อนเข้าสัมภาษณ์งาน คุณควรสำรวจค่าจ้างในอัตราตลาดก่อน ตามปกติแล้วการเปลี่ยนงานจะมีการบวกเพิ่มเข้าไปอีก 20-25% เงินเดือนเพื่อการต่อรองจึงไม่ควรต่ำกว่าอัตรานั้น
    5) อย่าโกหกเรื่องเงินเดือนที่คุณได้รับอยู่ในปัจจุบันแต่ขอให้พูดถึงเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนอื่นที่นอกเหนือจากเงินเดือนให้ชัดเจน เปรียบเทียบกับของบริษัทใหม่โดยรักษาการเพิ่มสุทธิอยู่ที่ประมาณ 20-25%

    วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ วันหลังผมจะนำเสนอคำถามที่ควรเรียนรู้เพื่อการเตรียมตัวเข้าสอบสัมภาษณ์มานำเสนออีกครับ

———————————–

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *